เคล็ดลับสุดง่ายทาน อาหารคลีน อย่างไร ให้รอดและอร่อย

เคล็ดลับสุดง่ายทาน อาหารคลีน อย่างไร ให้รอดและอร่อย หัวใจหลักของการ “อาหารคลีน” คือ ปรุงให้น้อยที่สุด เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าสารพัดซอสปรุงรสนั้น ล้วนแต่หนักไปด้วยเกลือโซเดียมและน้ำตาล ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหอบหืด โรคอ้วน อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ ทำให้หลายคนที่มุ่งมั่นสาย “อาหารคลีน” ถึงกับทำใจบอกลาความอร่อยของอาหารเดิมๆ… และรสชาติสุดแซ่บจัดจ้านที่คุ้นเคย

แต่เพื่อสุขภาพที่ดี การปรับร่างกายให้เข้าใจ และอิ่มอร่อยไปกับ “อาหารคลีน” นั้นคุ้มค่า และไม่ใช่เรื่องยาก แค่ลองทำตาม 5 ข้อนี้!

1. เปลี่ยนเมนูบ่อยๆ เพราะอาหารคลีนไม่ได้มีแค่อกไก่ หรือสลัดผัก ลองปรับเป็นเมนูอื่นๆ บ้าง จะได้ไม่เบื่อและรู้สึกสนุกกับการคิดเมนูใหม่ๆ

2. ค่อยๆ ปรับรสชาติอาหารในแต่ละมื้อให้อ่อนลง โดยการปรุงให้น้อยลง เพราะหากหักดิบมาทานอาหารคลีนเลยจะโหดไป ลองค่อยๆ ให้ลิ้นและร่างกายค่อยๆ คุ้นชินกับรสชาติแบบคลีนๆ เช่น แบ่งเป็นมื้อเล็ก 6 มื้อ ร่างกายจะได้ไม่โหยระหว่างวัน ช่วงแรกๆ ใน 6 มื้อนั้นจะมีเมนูแซ่บๆ ปนบ้างก็ได้

3. อย่าทานแต่ผักผลไม้ เพราะกว่าคุณจะชินกับอาหารคลีน ร่างกายอาจจะสิ้นไปเสียก่อน เพราะสารอาหารในผลไม้นั้นไม่เพียงพอ และร่างกายก็ต้องการโปรตีนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

4. รู้ทันอาหาร อย่ามองข้ามรสชาติแฝง เช่น งดขนม แต่ทานผลไม้หวานๆ ทุกมื้อ หรือ ไม่ปรุงก๋วยเตี๋ยวแต่ก็ซดน้ำซุปจนหมดชาม รู้ไหมว่าในผลไม้หวานมีน้ำตาลแฝงมาก ส่วนน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวก็มีปริมาณเกลือโซเดียมอยู่มากแม้ไม่ได้ปรุงเพิ่ม!!

5. ยกเซตเครื่องปรุงในบ้าน! เพราะอาหารคลีนที่ดีไม่จำเป็นต้องจืด!! แค่เลือกใช้เครื่องปรุงที่ลดปริมาณเกลือโซเดียมและน้ำตาล แต่ให้ความเค็มและความหวานเหมือนเดิม ทีนี้ไม่ว่าสายคลีนจะอยากกินเมนูไหนก็เป็นจริงได้ทั้งนั้น

อยากควบคุมอาหาร กินอาหารสุขภาพ อาหารคลีน เพราะอยากควบคุมรูปร่าง กลัวเป็น โรคไต โรคอ้วน โรคเบาหวาน ความดันสูง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเลือกเมนูสุขภาพไหนดี?? วันนี้เรามีมาแนะนำ 10 เมนู อาหารคลีน ให้เลือกกินตามได้แบบไม่ห่วงแคลอรี่ เพราะทั้งหมดนี้เพียง 300 แคล!!

1. ก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ลูกชิ้นเนื้อ จัดไปในมื้อรีบๆ เมนูนี้ถูกใจเด็กเส้นที่ควบคุมน้ำหนัก และไม่อยากป่วย 1 ชาม เพียง 258 kcal

2. เกาเหลาราดหน้าหมู เอาใจสายไม่กินเส้น อร่อยแบบเหลาๆ เมนูนี้ใช้โควต้าเต็มที่จัดเต็ม 300 kcal เป๊ะ!!

3. ข้าวยำปักษ์ใต้ ผักพร้อม ประโยชน์เพียบ หร่อยๆ ได้เต็มที่ กับปริมาณแคลอรี่เพียง 248 kcal

4. โจ๊กหมูตับใส่ไข่ลวก อิ่มง่ายๆ เบาๆ โจ๊ก 1 ถ้วย เพียง 230 kcal

5. บะหมี่น้ำต้มยำหมู เมนูสุดโปรดของหลายคน ซดง่าย แซบตาตื่น 1 ชาม เพียง 300 kcal

6. สุกี้แห้งทะเล แม้ว่าจะเป็นเมนูทะเลที่เขาว่าแคลอรี่สูงนัก แต่สำหรับชามนี้ รับไปเพียง 280 kcal

7. แกงป่าไก่ + ข้าวสวย 1 ถ้วย เมนูเซตนี้อิ่มเบาๆ รับปริมาณแคลอรี่เบาๆ เพียง 270 kcal

8. แกงส้มผักรวม + ข้าวสวย 1 ถ้วย ประโยชน์เพียงจากผัก แถมไม่อ้วนด้วย เพียง 280 kcal

9. บะจ่าง อร่อยพร้อมคุณค่าจากธัญพืช 1 ลูกรับไปเลย 300 kcal

10. สเต็กปลาย่าง 1 จาน รับประโยชน์จากปลาแบบโลว์แคลอรี่ จัดไปเพียง 260 kcal

**อยากลดน้ำควรรู้** หากคุณอยากลดน้ำหนัก 1 กก. จะต้องเผาผลาญพลังงานทั้งหมด ประมาณ 7,700 แคลอรี่ ซึ่งแน่นอนว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย ทางที่ดีคิดก่อนกิน ควบคุมแคลอรี่ไม่ให้เกินที่ร่างกายต้องการ

ผู้ชาย ใช้พลังงานประมาณ 1,800 – 2,000 kcal (ทำงานออฟฟิศ)

ผู้หญิง ใช้พลังงานประมาณ 1,500 – 1,800 kcal (ทำงานออฟฟิศ)

ชายทำงานหนัก, นักกีฬา 2,500-3,000 kcal

หญิงทำงานหนัก, นักกีฬา 2,000-2,500 kcal

และเพื่อให้เป็นเมนูไม่เกิน 300 แคลอรี่ ที่เพอร์เฟคสุดๆ แนะนำให้เลือกเครื่องปรุงรสเพื่อสุขภาพ ที่ลดปริมาณเกลือโซเดียมและน้ำตาลกู๊ดไรฟ์ พัฒนาสูตรโดย สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล ช่วยให้คุณสามารถทานเมนูสุขภาพ